สร้างนวัตกรรมจากไข่ด้วยไบโอเทค

สร้างนวัตกรรมจากไข่ด้วยไบโอเทค

          ใคร ๆ อาจคิดไม่ถึงว่าแม้แต่ “ไข่” ที่เราคุ้นเคยกันดี ทุกวันนี้ก็มีการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปเป็นตัวช่วยในการพัฒนาคุณภาพ สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ และเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร อย่างเช่น บริษัท ดีเอ็มเอฟ (ประเทศ ไทย) ที่เน้นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ของไข่ โดยร่วมมือกับไบโอเทค หรือศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากไข่

          นายปราโมทย์ โชติกสถิตย์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ดีเอ็มเอฟ (ประเทศไทย) บอกว่า แม้องค์ความรู้เรื่องไข่ จะมีการวิจัยอย่างต่อเนื่องแต่ในประเทศไทย รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังมีการพัฒนาเรื่องนี้น้อยมาก ดีเอ็มเอฟ (ประเทศไทย) จึงร่วมมือกับไบโอเทค ทำการศึกษาปัจจัยของกระบวนการผลิตที่มีผลกระทบต่อคุณภาพของไข่เหลวพาสเจอไรซ์ เพื่อให้ได้ไข่พาสเจอไรซ์ ทั้งไข่แดงและไข่ขาวที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับไข่สดมากที่สุด และยังมีความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการนำเยื่อไข่ขาวมาผลิตเป็นโปรคอลลาเจน สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และการผลิตแคลเซียมชีวภาพจากเปลือกไข่เหลือทิ้งที่มีเป็นจำนวนมาก โดยแคลเซียมที่ได้จากการแปรรูปเปลือกไข่นี้ พบว่าสามารถย่อยและดูดซึมได้ง่ายกว่าแคลเซียมปกติที่อยู่ในรูป mineral caicium ประมาณ 2-3 เท่า ช่วยเพิ่มมูลค่าให้เปลือกไข่ และลดต้นทุนจากการนำเข้าแคลเซียมราคาสูงจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้มีการวิจัยและพัฒนาแล้วเสร็จ โดยอยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องจักร

 27 - newit_3

          เรียกว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ เป็นฐานในการพัฒนาธุรกิจอย่างครบวงจร และนี่ คือ 1 ในกว่า 30 บริษัทที่เข้ามาใช้บริการด้านเทคโนโลยีชีวภาพอาหารและอาหารสัตว์ของไบโอเทค ซึ่งล่าสุดไบโอเทคได้ขยับขยายการให้บริการจากห้องปฏิบัติการไปเป็น“ศูนย์นวัตกรรมอาหารและอาหารสัตว์” (Food and Feed Innovation Center หรือ FFIC) เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ไว้ที่จุดเดียว หรือวันสต็อปเซอร์วิส

          “ดร.วรรณพ วิเศษสงวน” ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพอาหาร ไบโอเทค บอกว่า จุดเด่นของศูนย์นี้ ก็คือความเชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์ และสิ่งที่จุลินทรีย์สร้างขึ้น เช่น เอนไซม์ ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการสร้างสารที่มีมูลค่าสูง เช่น กรดไขมันต่าง ๆ ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ มีความต้องการใช้จุลินทรีย์เป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องนำเข้า และอาจมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับเมืองไทย การใช้จุลินทรีย์ของไทย โอกาสที่จะเจอจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงมีมาก ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน ลดค่าขนส่ง และสามารถพัฒนาได้ตามต้องการ

 27 - newit_2

          ทีมวิจัยจากศูนย์มีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ตั้งแต่การคัดเลือกจุลินทรีย์ที่มีความสามารถพิเศษ เทคโนโลยีการหมัก เทคโนโลยีชีวกระบวนการ การประเมินความเสี่ยงความปลอดภัยในอาหาร เคมีอาหาร การผลิตสารมูลค่าสูงจากวัสดุเศษเหลือจากการแปรรูปอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ เปปไทด์ต้านจุลชีพ วิทยาศาสตร์เนื้อสัตว์ และ nutrigenomics นอกจากนี้มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยพร้อมสำหรับการวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานในการทดสอบกระบวนการผลิตในระดับขยาย และสามารถบูรณาการความร่วมมือกับนักวิจัยที่เกี่ยวข้องในสาขาอื่น ๆ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของ สวทช.และเครือข่ายสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้อีกด้วย คาดว่า ภายใน 5 ปี จะมีบริษัทเข้ามาใช้บริการกว่า 50 ราย และสร้างทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20% ยังมีอีกหลายผลงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีชีวภาพสร้างนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารของไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู้ดอินโนโพลิส ของรัฐบาลที่ต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม ด้านนี้ และที่สำคัญ…ยังเป็นตัวอย่างของการสร้างเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ที่ทั่วโลกกำลังจับตาและมุ่งไปในอนาคต.

นาตยา คชินทร

nattayap.k@gmail.com

ที่มาข่าวและรูปภาพ :: เดลินิวส์ / ข่าวไอที

Url :: http://www.dailynews.co.th/it/396930

แหล่งที่มา/ผู้ส่ง ::ผู้ดูแลระบบ สกท.

กลุ่มนโยบายและแผน สกท. สป. ศธ.

Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.